ออกกำลังกาย สุขภาพดีมีชัยไปกว่าครึ่ง!!

ออกกำลังกาย สุขภาพดีมีชัยไปกว่าครึ่ง!!

ออกกำลังกาย สุขภาพดีมีชัยไปกว่าครึ่ง!!

ออกกำลังกาย สุขภาพดีมีชัยไปกว่าครึ่ง!! เชื่อว่าหลายๆคนก็คงไม่มีใครที่อยากป่วยออดๆเเอดๆ เเน่นอน ซึ่งชีวิตที่มีสุขภาพที่ดีจะต้องดีจากภายในสู่ภายนอก การทานอาหารเพื่อสุขภาพ การออกกำลังกาย การหลีกเลี่ยงสิ่งเสพติดหรือบุหรี่นั้น! ถือได้ว่าเป้นการมีสุขภาพที่ดี มีประโยชน์ทั้งทางร่างกายจิตใจและอารมณ์ซึ่งนำไปสู่การปรับปรุงคุณภาพชีวิตโดยรวมและเพิ่มความมั่นใจในตนเอง

หากคุณเป็นหนึ่งคนที่ต้องหารเปลี่ยนเเปลงชีวิตให้ดีขึ้น เเละสร้างความมีวินัยในตัวเองนั้นอาจจะเป็นเรื่องที่ถือได้ว่าท้าทายระดับหนึ่ง เเต่คุณก็ควรที่จะเปลี่ยนเเปลงความคิด ฝึกเป็นคนใจเย็นเเละมีจิตใจที่พร้อมยอมรับ ซึ่งไม่เกี่ยวกับปัจจัยใดๆทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นด้านอายุ หรือด้านเพศ นั้นเอง เราไปดูกันว่าการออกกำลังกาย ทำชีวิตให้ดีขึ้นอย่างไร?

ออกกำลังกาย สุขภาพดีมีชัยไปกว่าครึ่ง!!

1. ช่วยเพิ่มระดับพลังงาน

การกินอะไรมากเกินไปที่จะถือว่าไม่ดีต่อสุขภาพ มีแนวโน้มที่จะทำให้ท่านรู้สึกขี้เกียจและเซื่องซึม การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์จะช่วยให้ท่านเพิ่มระดับพลังงาน ดังนั้นควรพยายามที่จะรวมรายการต่อไปนี้ในโภชนาการของท่าน

  • เนื้อไม่ติดมัน
  • ธัญพืช
  • ผลไม้และผัก
  • ผลิตภัณฑ์นมไขมันต่ำ

การออกกำลังกายเป็นประจำยังช่วยเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อซึ่งจะเพิ่มระดับพลังงาน การออกกำลังกายในระดับปานกลางจะช่วยลำเลียงออกซิเจนและสารอาหารไปยังเนื้อเยื่อต่างๆทั่วร่างกายรวมถึงช่วยเพิ่มระบบหัวใจและหลอดเลือด การออกกำลังกายยังช่วยส่งเสริมรูปแบบการนอนหลับที่ดีต่อสุขภาพรวมถึงการนอนหลับได้เร็วขึ้นและเข้าสู่การนอนหลับที่ลึกขึ้นและถูกขัดจังหวะน้อยลง การอดนอนอาจเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดปัญหาอื่น ๆ อีกมากมาย

ออกกำลังกาย สุขภาพดีมีชัยไปกว่าครึ่ง!!

2. ช่วยต่อสู้กับโรคต่างๆได้อย่างดี

การออกกำลังกายและรับประทานอาหารที่ดี มีประโยชน์ต่อสุขภาพมากมาย รวมถึงช่วยป้องกันโรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง และควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด การตรวจสอบระดับความดันโลหิตและระดับคอเลสเตอรอลของท่านจะช่วยให้แน่ใจว่าเลือดไหลเวียนอย่างถูกต้อง ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าการออกกำลังกายเป็นประจำ และการรับประทานอาหารสุขภาพสามารถช่วยจัดการปัญหาต่อไปนี้

  • โรคไขข้อ
  • โรคเบาหวาน
  • โรคซึมเศร้า
  • มะเร็งบางชนิด

เราขอแนะนำให้ท่านเข้ารับการตรวจสุขภาพทุกปีเพื่อรับการรักษาอย่างเต็มรูปแบบ รวมถึงการเก็บตัวอย่างเลือดและปัสสาวะ การนัดหมายเหล่านี้สามารถช่วยชีวิตท่านได้และป้องกันไม่ให้ปัญหาทวีความรุนแรงขึ้น รับฟังและปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์

ออกกำลังกาย สุขภาพดีมีชัยไปกว่าครึ่ง!!

3. อารมณ์ดีขึ้น

การมีวิถีชีวิตที่มีสุขภาพดียังนำไปสู่อารมณ์ที่ดีขึ้นด้วย การออกกำลังกายกระตุ้นการปล่อยสารเอ็นโดรฟินและฮอร์โมนที่ทำให้ท่านรู้สึกมีความสุขและผ่อนคลาย การกินดีจะเพิ่มโอกาสในการพัฒนาร่างกายของท่านซึ่งเป็นสิ่งที่ดีสำหรับความมั่นใจในตนเองและคุณค่าของตัวเอง เมื่อท่านออกกำลังกายแม้ในระดับปานกลางไม่หักโหม ก่อผลประโยชน์ระยะสั้นได้ง่ายๆ เช่น ความเครียดลดลง สมองทำงานดีขึ้น

การพัฒนานิสัยที่ดีต่อสุขภาพนั้นเป็นผลดีต่อสุขภาพจิตของท่าน การมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นช่วยเพิ่มระดับเซโรโทนิน การผสมผสานสิ่งนี้เข้ากับอาหารเพื่อสุขภาพและการออกกำลังกายจะช่วยปรับปรุงอารมณ์ของมนุษย์อย่างมาก

การควบคุมน้ำหนัก

4. การควบคุมน้ำหนัก

การรับประทานอาหารที่ดีและออกกำลังกายในปริมาณปานกลางจะช่วยให้ท่านควบคุมน้ำหนักได้ แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะลดน้ำหนักโดยไม่ใช้ทั้งสองกลยุทธ์และแน่นอนว่าคนที่เลือกอย่างใดอย่างหนึ่งมากกว่ามักจะล้มเหลวในวัตถุประสงค์นั้นของตน การแบกรับน้ำหนักที่มากเกินไปนั้นไม่ดีต่อระบบหัวใจและหลอดเลือด ในทางกลับกันการลดน้ำหนักจะช่วยเพิ่มระบบภูมิคุ้มกันของท่านและนำไปสู่ระดับพลังงานที่สูงขึ้นมันจะช่วยได้มาก

ถ้าท่านตั้งเป้าหมายที่จะออกกำลังกายอย่างน้อย 150 นาทีในแต่ละสัปดาห์ซึ่งอาจรวมถึงการเดินตามจังหวะหรือว่ายน้ำ การรับประทานอาหารที่ควบคุมแคลอรี่จะช่วยลดน้ำหนักได้และท่านควรทานอาหารเช้าเสมอเพราะจะทำให้ท่านไม่รับประทานของว่างจุกจิกระหว่างวัน รวมทั้งช่วยรักษาระดับน้ำตาลในเลือดที่ดีต่อสุขภาพ นักโภชนาการส่วนใหญ่จะแนะนำให้ท่านกินผักและผลไม้อย่างน้อยห้าส่วนต่อวันเพื่อให้ได้รับสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย

เพิ่มอายุขัย

5. เพิ่มอายุขัย

การรับประทานอาหารอย่างดีและออกกำลังกายเป็นประจำจะช่วยเพิ่มโอกาสในการมีชีวิตยืนยาวและมีสุขภาพที่ดีขึ้น จากการศึกษาของ American Council on Exercise ระบุว่าการเดินเพียง 30 นาทีต่อวันจะช่วยลดโอกาสการเสียชีวิตก่อนวัยอันควร หากท่านยังใหม่กับการออกกำลังกาย ท่านควรปรึกษาแพทย์ก่อน และเริ่มจากน้อยๆจนกว่าท่านจะเดินได้ 30 นาทีในแต่ละวัน

จิตใจสบายเบิกบาน

6. จิตใจสบายเบิกบาน

ว่าการออกกำลังกายทำให้สดชื่น เบิกบาน สุขภาพจิตดีขึ้น แต่ถ้าถามต่อไปว่า “การออกกำลังกาย” ที่ว่านี้ต้องทำมากน้อยแค่ไหน ครั้งละ 30 นาที อาทิตย์ละ 3 ครั้งพอมั้ย หรือว่าต้องครั้งละ 1 ชั่วโมง อาทิตย์ละ 5 วัน ถึงจะทำให้เรามีสุขภาพจิตที่ดี งานวิจัยต่อไปนี้อาจให้คำตอบคุณได้

นักวิจัยได้สอบถามชาวอเมริกันจำนวน 7,674 คน ด้วยคำถาม 2 ข้อ ข้อที่หนึ่ง เป็นแบบสอบถามเพื่อหา “คะแนนความหดหู่” (depression score) (นั่นแปลว่า คะแนนยิ่งเป็นลบมากเท่าไหร่ สุขภาพจิตยิ่งดีมากขึ้นเท่านั้น) ข้อที่สอง สอบถามจำนวนชั่วโมงที่ใช้ออกกำลังกายภายใน 1 สัปดาห์

1. แค่ออกกำลังกายเพียงน้อยนิด(ไม่ถึง 2 ชั่วโมง/สัปดาห์) ก็ทำให้ผู้ถูกสอบถามมีสุขภาพจิตดีกว่าคนที่ไม่ออกกำลังกายเลย อย่างมีนัยสำคัญ (กราฟมีความชันสูงมากในช่วงแรก)

2. การออกกำลังกายมากกว่า 2 ชั่วโมง/สัปดาห์ ยังคงทำให้สุขภาพจิตดีขึ้นเรื่อยๆ แต่ด้วยความแตกต่างที่ไม่มากเท่าช่วงแรก (กราฟมีความชันลดลง)

3. ถ้าออกกำลังกายมากขึ้นเกิน 7.5 ชั่วโมง/สัปดาห์ คะแนนสุขภาพจิตจะเริ่มแย่ลงเมื่อเทียบกับก่อนหน้านี้ แต่ยังถือว่ามีสุขภาพจิตดีอยู่ (คะแนนความหดหู่น้อยกว่า 0)

4. ถ้าออกกำลังกายมากขึ้นอีกเป็น 25 ชั่วโมง/สัปดาห์ สุขภาพจิตจะอยู่ในระดับเดียวกับคนที่ออกกำลังกายเพียงเล็กน้อย (ในข้อ 1)

5. ถ้าออกกำลังกายจนถึงวันละ 5 ชั่วโมง (หรือ 35 ชั่วโมง/สัปดาห์) พบว่าผู้ถูกสอบถามจะมีความหดหู่ พอๆกับคนที่ไม่ได้ออกกำลังกายเลย

ดังนั้น ระยะเวลาของการออกกำลังกายที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการมีสุขภาพจิตที่ดี ควรอยู่ระหว่าง 2.5-7.5 ชั่วโมง/สัปดาห์ จะเห็นว่าไม่จำเป็นต้องหักโหมเลย ส่วนใครรักจะออกกำลังกายนานกว่านั้นก็ได้ แต่ไม่ควรเกิน 25 ชั่วโมง/สัปดาห์

โทษของการออกกำลังกายมากเกินไป

โทษของการออกกำลังกายมากเกินไป

1. ร่างกายมีความผิดปกติ เจริญเติบโตไม่เต็มที่ หรือหยุดการเจริญเติบโต

2. รูปร่างภายนอกดูดี แต่ระบบร่างกายภายในกลับรวน เช่น ประจำเดือนขาด มาไม่สม่ำเสมอ อวัยวะภายในร่างกายทำงานมากผิดปกติ

3. ในกรณีที่ทานโปรตีน หรือเวย์โปรตีนควบคู่ไปกับการออกกำลังกาย หากไม่ควบคุมสารอาหารให้มีความสมดุล อาจทำให้ร่างกายขาดสารอาหาร รับโปรตีนมากเกินไป ส่งผลให้ตับ และไตทำงานหนัก

4. กล้ามเนื้อบริเวณที่ออกกำลังกายอาจเกิดอาการบาดเจ็บ หากไม่หยุดทำการรักษา อาจถึงขั้นพิการ และใช้งานไม่ได้ตลอดชีวิต เช่น กล้ามเนื้อหัวไหล่ นิ้วมือ เข่า ข้อศอก ข้อเท้า เอ็นร้อยหวาย ฯลฯ

5. หากไม่ได้ตรวจร่างกายก่อนออกกำลังกาย และเข้าใจว่าตัวเองไม่ได้มีความผิดปกติ หรือโรคภัยอะไรร้ายแรง แล้วหักโหมออกกำลังกายอย่างหนัก อาจเป็นการกระตุ้นให้โรคนั้นๆ กำเริบเร็วขึ้น เช่น โรคหัวใจ เป็นต้น

ดังนั้น เราควรออกกำลังกายแต่พอดี ในระดับที่เหมาะสมกับร่างกายของเรา วัยของเรา นอกจากนี้ยังต้องทานอาหารให้ครบหมู่ อย่าทานแต่อาหารชนิดใดชนิดหนึ่งเป็นเวลานานๆ เพื่อให้ได้สารอาหารที่หลากหลาย

แนะนำ 8 ตู้เย็น ที่คุณแม่บ้านห้ามพลาด!! เชื่อว่าเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ทุกบ้านต้องมีคงหนีไม่พ้น “ตู้เย็น” อย่างแน่นอนใช่ไหมล่ะคะ เพราะนอกจากจะช่วยถนอมอาหารและเครื่องดื่มให้มีอายุยาวนานขึ้นแล้วนั้น

บทความน่าสนใจ : ปักหมุด 7 ประเทศน่าเที่ยว มีแค่พาสปอร์ตไทย ไม่ต้องง้อวีซ่า